คูปองส่วนลด Hostgator

Hostgator coupon code หรือ ส่วนลดราคาสำหรับการสมัครใช้บริการ hosting ของ hostgator ณ ปัจจุบัันเท่าที่รวบรวมมาได้ มีดังนี้

  1. คูปองตามด้านล่างนี้ สำหรับลดราคาให้สามารถใช้งาน Hostgator ในเดือนแรกได้ในราคา $0.01
  2. คูปอง ส่วนลด $25

Hosting เมืองไทย หรือเมืองนอกดี

การเลือกเว็บ hosting ว่าจะเลือกที่ไหนดี ต้องดูปัจจัยประกอบหลักๆ แค่ในเรื่องคนเข้าเว็บของเรา ควรเลือก hosting ที่ตั้งในประเทศเดียวกันกับคนเข้าเว็บ เช่น ถ้าเว็บไทย ก็ควรเลือก hosting ของไทย  usa ก็ควรเลือก hosting ของ usa แต่ถ้าต้องการทำเว็บภาษาอื่นก็ควรดูภาษานั้นๆ

อีกเรื่องที่เราควรจะสนใจก่อนเลือก hosting ก็คือ ดูความเร็วของการเชื่อมต่อระหว่างประเทศด้วย มี hosting จำนวนไม่น้อยในไทย ที่คนจากต่างประเทศไม่สามารถเข้าได้ หรือเข้าได้ช้ามากจนหลายๆ ครั้งต้องปิดหน้าเว็บไปก่อนที่จะโหลดเสร็จ เพราะรอไม่ไหว ทำให้เราเสีย traffic ไปจำนวนไม่น้อย

VPS คือ

VPS ย่อมาจากคำว่า Virtual Private Server เป็นลักษณะของ server ประเภทหนึ่ง ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง share hosting กับ dedicated hosting

VPS คือ server ที่จำลองขึ้นมาจากโปรแกรมภายใน server จริง เป็นการจำลอง OS ขึ้นมาใหม่ให้เหมือนมี server อีกตัวหนึ่งขึ้นมา ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้ง Linux และ Windows ซึ่งหลักการทำงานก็อย่างที่ทราบครับ ว่าเป็นการใช้ software ในการจำลอง server ขึ้นมา ดังนั้นทรัพยากรที่สามารถใช้ได้ภายในเครื่อง อาทิ เช่น RAM , CPU และ Harddisk จะต้องมีการแบ่งกันใช้งานระหว่าง VPS ตัวอื่นใน server เดียวกันด้วย

การเช่า VPS เราจำเป็นที่จะต้องรู้ความต้องการของระบบที่เรากำลังใช้งานอยู่ก่อน เนื่องจากก่อนจะเช่า VPS นั้น hosting หลายๆ เจ้าจะมีให้เลือกว่าต้องการ package แบบใด RAM เท่าไร , CPU กี่ Core , พื้นที่ Harddisk กี่ GB, จำนวน ip address ที่ต้องการ ตามความต้องการของเรา

VPS

ซึ่ง VPS จะแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่ Unmanaged VPS และ Managed VPS

  • Unmanaged VPS คือ VPS ราคาถูก ที่ทางเจ้าของ server ไม่มีการ config อะไรให้เรา โดยที่เราจะต้องทำการ config ทุกอย่างด้วยตัวเอง หรือบางเจ้าอาจจะดีหน่อย ที่เจ้าของ server จะมีการ config ให้ในครั้งแรกที่ติดตั้ง OS
  • Managed VPS คือ VPS ที่มีราคาแพงกว่า Unmanged VPS เนื่องจากมีเรื่องของค่าบริการหลังการขายมาเกี่ยวข้องด้วย เป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้ดูแล server ให้คอยแก้ปัญหาให้เรา ถ้า VPS ของเรามีปัญหา

ข้อดีของ VPS คือ

  1. เราจะเหมือนมี server เป็นของตัวเอง สามารถลงโปรแกรมเสริม หรือติดตั้งอะไรก็ได้ภายใน VPS ของเรา
  2. ค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าการใช้เครื่อง server เองคนเดียวทั้งเครื่องค่อนข้างมาก เพราะว่า เครื่อง server 1 เครื่อง สามารถ share ออกมาเป็น VPS ได้หลายตัว ทำให้มีการหารค่าใช้จ่ายในการเช่าเครื่องออกไป
  3. การดูแลที่ง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับการมี server เอง เนื่องจากว่า VPS เป็นเพียง software ที่จำลองเป็น OS ในเครื่องเรา ทำให้สามารถควบคุมให้ปิด/เปิดเครื่อง หรือ backup ในระหว่างที่เครื่องมีปัญหา โดยผ่าน software ของ server จริงได้เลย ไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่ data center เพื่อไปกดปุ่มปิด/เปิด แต่อย่างใด รวมทั้งถ้าต้องการลง OS ใหม่ ก็สามารถลงได้โดยผ่าน software ของตัว server จริงด้วยเช่นกัน ซึ่ง software ตัวนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์ ทำให้ง่ายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก
  4. ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่อง hardware มีปัญหา หรือเสียหาย เพราะ vps สามารถย้ายไปเครื่องใหม่ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมานั่ง config server ใหม่เลย

ข้อเสียของ VPS คือ

  1. ถ้าเรามีเว็บขนาดเล็ก ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมาก อาจจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น โดยเราอาจจะใช้เพียง share hosting ก็เพียงพอแล้ว
  2. แต่ถ้าเว็บเราเป็นเว็บที่มีจำนวนคนเข้าเยอะมาก VPS อาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการในการใช้งาน เมื่อเทียบกับการเช่าเครื่อง server ทั้งเครื่อง อาจจะโดนเจ้าของ hosting เชิญออกให้ไปใช้บริการเจ้าอื่นได้

จด domain ที่ไหนถูกๆ ดี

วันนี้ผมนั่งหาที่จด domain ถูกๆ เจอเจ้านี้มา น่าจะราคาถูกสุดแล้วครับ จากเท่าที่เห็นมาทั้งหมด $6.95 ต่อ domain เอง (ลองคลิกดูครับ) แถมถ้าใช้ promocode DOLLARDOMAIN จะลดได้อีกเหลือ $3.95

ประเภทของ hosting มีอะไรกันบ้าง มารู้จักกัน

hosting

hosting ที่ใช้งานกันอยู่ทั่วโลก แบ่งประเภทออกได้หลายแบบมาก ลองดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง

  1. Free web hosting: เป็น hosting ที่ให้บริการฟรี โดยอาจจะแลกกับข้อเสนอพิเศษในแบบต่างๆ เช่น ห้ามทำเป็นธุรกิจ ต้องมีโฆษณาขึ้นที่เว็บ มีการจำกัดพื้นที่ หรือมีการจำกัด bandwidth เป็นต้น
  2. Shared web hosting คือ hosting ที่เปิดให้้เช่าพื้นที่สำหรับทำเว็บไซต์ ซึ่งจะต้องแชร์กันหลายผู้ใช้งาน อาจจะเป็น 100 หรือ 1,000 คนขึ้นไป ซึ่งราคาจะถูกที่สุดในระบบ hosting ที่เสียเงินทุกแบบ
  3. Reseller web hosting คือ hosting ที่ขายให้แก่คนที่ต้องการจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่าย share hosting รายย่อยอื่นๆ ซึ่งผู้ซื้อไปนั้นสามารถกำหนดราคาขาย และมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง โดยที่ผู้ใช้บริการของคนที่เป็น reseller ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าบริการตรงนี้เป็น reseller
  4. Virtual Private Server (VPS) คือ เป็น hosting ที่ทำตัวเสมือนเป็นเครื่อง server ซึ่งแต่ละ VPS จะมี OS เป็นของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีการแชร์ทรัพยากรระหว่าง VPS หลายๆ ตัว ในเครื่องเดียวกัน เช่น RAM ,CPU เป็นต้น ประสิทธิภาพของ hosting ประเภทนี้จะสูงมากกว่า share hosting หลายเท่า ซึ่ง Virtual Private Server แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่
    • Unmanaged VPS เป็นการเช่าแบบที่เราต้องเป็นคนบริหารจัดการภายใน VPS เองทั้งหมด ระดับราคาถือว่าถูกที่สุด เมื่อเทียบกับ VPS ทุกแบบ ซึ่งผู้ที่จะเช่าแบบนี้ควรมีความรู้เกี่ยวกับการจัดการ server ในระดับค่อนข้างดี จะทำให้ไม่เกิดปัญหายุ่งยากตามมาภายหลัง เช่น config ค่าบางอย่างไม่ได้ หรือ config ค่าไม่ดี มีรูรั่วเยอะ ทำให้โดนแฮกง่าย หรือล่มบ่อย เป็นต้น
    • Semi-Managed VPS เป็นการเช่า VPS แบบที่ผู้ให้บริการจะดูแลเครื่องให้เราในช่วงแรก แล้วแต่ว่าจะกำหนดเวลาไว้ที่เท่าไหร่ เช่น ติดตั้งให้ในครั้งแรก ดูแลให้ 1 เดือนแรก เป็นต้น
    • Managed VPS เป็นการเช่าแบบที่ผู้ให้บริการจะเป็นคนดูแลเครื่องให้เราทั้งหมด โดยที่เราแค่ส่งเรื่องไปที่ support ของแต่ละ hosting ก็พอ ไม่ต้องสนใจเรื่องการจัดการใดๆ ทั้งสิ้น แต่ก็จะเป็น แบบที่มีราคาแพงที่สุด
  5. Colocation Server คือ การเช่าพื้นที่สำหรับวาง server โดยที่ตัวเครื่อง server นั้นเป็นของเรา สามารถใช้บริการได้ทั้งการเช่ากับ data center โดยตรง หรืออาจจะเช่าผ่านผู้ให้บริการ hosting ก็ได้
  6. Dedicated hosting คือ เป็น hosting ที่เช่าทั้งเครื่อง ซึ่งเราจะใช้ทรัพยากรทุกอย่างในเครื่องเพียงคนเดียว ซึ่งราคาก็จะแพงกว่า hosting แบบอื่นๆ ทั่วไป การเช่าแบบนี้ควรระวังผู้ให้บริการหลอกโดยการเอา VPS มาใช้แทนเครื่อง Dedicated hosting ซึ่งเราไม่มีทางรู้ได้เลย จนกว่าจะเข้าไปที่ data center จึงควรเลือกใช้บริการกับผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ

บริการแบบอื่นๆ นอกเหนือจากข้างบน ก็ยังมีอีกหลายแบบ แต่ที่นิยมใช้กันเยอะๆ ก็ ได้แก่

  • File hosting service: เป็นบริการสำหรับไว้ฝากไฟล์ไว้กับ hosting เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถเปิดบริการเว็บไซต์ได้ ส่วนใหญ่จะให้จัดการผ่านทางระบบ ftp
  • Image hosting service: เป็นบริการไว้สำหรับฝากรูปภาพไว้ใน hosting ได้อย่างเดียว
  • E-mail hosting service: เป็นบริการสำหรับการใช้ email สำหรับองค์กร หรือหน่วยงานที่มีจำนวน email มากๆ

วิธีสมัคร Hostgator ในราคาถูกๆ

กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของผมในเว็บนี้นะครับ วันนี้ผมจะแนะนำวิธีสมัคร Hostgator หรือ โฮสไอ้เข้ ซึ่งเป็น hosting ที่มีคนใช้งานมากที่สุดในโลก และในประเทศไทย (เฉพาะผู้ที่นิยมใช้ hosting นอก นะครับ)

มาเริ่มกันเลยละกันนะครับ สำหรับการสมัครใช้งาน hostgator นี้

  1. >> คลิกที่นี่ << เพื่อเข้าสู่หน้าสมัครของ hostgator กันครับ
  2. ให้คลิกที่ WEB HOSTING ตามรูปเลยครับ
    Hostgator Register
  3. เราจะพบหน้าที่ให้เลือก package ซึ่งจะมี package ของ Hostgator อยู่ 3 แบบ ได้แก่
    • Hatchling Plan: สำหรับเว็บไซต์ที่ต้องการใช้ domain เพียง domain เดียว
    • Baby Plan: สำหรับคนที่ต้องการใช้ domain มากกว่า 1 domain บนเว็บไซต์ (แนะนำให้เลือกตัวนี้ครับ)
    • Business Plan: สำหรับคนที่ต้องการความเสถียร มี SSL และ IP เป็นส่วนตัว  และโทรศัพท์หา support ได้โดยตรง

    เมื่อเลือกได้แล้วให้คลิก ORDER NOW ได้เลย

    Hostgator Register
  4. จะเข้าสู่ขั้นตอนการสมัคร hostgator ขั้นตอนต่อไป แนะนำให้จด domain มาจากที่อื่นแล้วใส่ domain ที่เราเพิ่งจดมาตาม
    หมายเลข 1 ครับ เสร็จแล้วใส่คูปอง code ของ hostgator ตาม
    หมายเลข 2 ซึ่งเป็นส่วนลดในการสมัคร hostgator ได้นะครับ สามารถดูคูปอง code ต่างๆ ได้ ที่นี่ครับ (hostgator coupon code)แนะนำ: สำหรับท่านที่ต้องการจ่ายรายเดือนกับทาง hostgator ควรจดโดยคูปองส่วนลดเดือนแรก $0.01 แต่สำหรับท่านที่ต้องการเหมาจ่ายทีเดียวทั้งปี(ซึ่งราคารวมจะถูกกว่า) ควรใช้คูปองส่วนลด hostgator $25 ครับ โดยเลือกคูปองที่ต้องการจากหน้านี้เลยครับ (hostgator coupon code)เมื่อกรอกเรียบร้อยแล้วกดปุ่ม Continue to Step2

    Hostgator Register
  5. ขั้นตอนต่อไป จะเข้าสู่หน้ากรอกรายละเอียดส่วนตัว และรายละเอียดการจ่ายเงินกับทาง hostgator ซึ่งกรอกได้ตามหมายเลข 1-20 ได้เลยครับ โดยแต่ละหมายเลขมีความหมายดังต่อไปนี้
    หมายเลข 1: Package Type => เลือก Package ที่เราต้องการ โดยปกติแล้ว เราไม่ต้องแก้ไขอะไร เพราะได้เลือกไปตั้งแต่ก่อนหน้าีนี้แล้ว

    หมายเลข 2: Billing Cycle => รอบระยะเวลาการชำระเงิน ให้เลือกที่ 1 ปี หรือ 1 เดือนแล้วแต่เราจะต้องการ
    หมายเลข 3: Username => กำหนด username ของเราซึ่งข้อกำหนดของ hostgator มีดังนี้

    • ห้ามเป็นตัวอักษรพิมพ์ใหญ่
    • ต้องเริ่มต้นด้วยตัวอักษร
    • จำนวนตัวอักษรต้องอยู่ระหว่าง 2-8 ตัวอักษร
    • ต้องไม่มีตัวอักษรพิเศษต่างๆ เช่น @,$,|,\ หรืออื่นๆ

    หมายเลข 4: Security Pin =>เป็นการกำหนดรหัสความปลอดภัย ซึ่งมีข้อกำหนดของ hostgator ดังนี้

    • จำนวนตัวอักษรต้องอยู่ระหว่าง 4-8 ตัวอักษร
    • ต้องเป็นตัวเลขเท่านั้น

    หมายเลข 5: First Name => กรอกชื่อจริงเป็นภาษาอังกฤษ

    หมายเลข 6: Last Name => กรอกนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ

    หมายเลข 7: Email => กรอก email ของเรา

    หมายเลข 8: Home Phone => กรอกเบอร์โทรศัพท์บ้าน (รหัสประเทศไทยขึ้นด้วย 66 เช่น เบอร์เราเป็น 02-1234567 ก็กรอกเป็น 6621234567) หมายเหตุ ไม่ต้องกรอกก็ได้

    หมายเลข 9: Cell Phone => กรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือ

    หมายเลข 10,11: Address และ Address2 => กรอกที่อยู่

    หมายเลข 12: City => ใส่อำเภอ

    หมายเลข 13: State => ใส่จังหวัด (จำเป็นต้องเลือก Country เป็น Thailand ก่อน ช่องนี้ถึงจะสามารถพิมพ์ได้)

    หมายเลข 14: Zip Code => ใส่รหัสไปรษณีย์

    หมายเลข 15: Country => เลือกประเทศ Thailand

    หมายเลข 16: Payment Type => เลือกกรอกว่าต้องการจ่าย

    ในกรณีที่เลือกจ่ายโดยใช้บัตรเครดิตให้กรอกข้อมูลในข้อ 17-20 ด้วย
    หมายเลข 17: Name on Card => ชื่อเจ้าของบัตรเครดิต ที่อยู่บนบัตร

    หมายเลข 18: Credit Card Number => เลขบัตรเครดิต

    หมายเลข 19: Expiration Date => วันหมดอายุของบัตรเครดิต

    หมายเลข 20: CVV2 Code => รหัสหลังบัตรเครดิต จะเป็นเลข 3 ตัวในบัตรเครดิต เช่น 123

    เมื่อกรอกเสร็จเรียบร้อยแล้วให้กดที่ หมายเลข 22 Create Account เท่านี้ก็สามารถสมัครใช้งาน hostgator ได้เรียบร้อยแล้วครับ

    Hostgator Register